TH EN
สาระน่ารู้

สาระน่ารู้

รวมบทความของบริษัท

สาระน่ารู้ |
5 สิงหาคม 2569
แชร์ไปยัง :

ระบบฆ่าเชื้อ UV อุตสาหกรรม มาตรฐาน GMP อย เลือกติดตั้งอย่างไร

ในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมยา เครื่องสำอาง รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม น้ำจัดเป็นวัตถุดิบและองค์ประกอบสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์โดยตรง การปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรีย หรือไวรัสเพียงเล็กน้อยในระบบน้ำสามารถส่งผลเสียต่อไลน์การผลิตทั้งหมด อีกทั้งยังทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนดของกฎหมาย โรงงานอุตสาหกรรมยุคใหม่จึงจำเป็นต้องมีระบบกำจัดเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และไม่มีสารเคมีตกค้างปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ ซึ่งเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตราไวโอเลตหรือระบบยูวีอุตสาหกรรมคือคำตอบที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างดีที่สุด

การนำระบบยูวีอุตสาหกรรมมาใช้ในโรงงานเพื่อให้ผ่านเกณฑ์การตรวจรับรองมาตรฐานสากล เช่น Good Manufacturing Practice หรือ GMP และข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อเครื่องยูวีมาติดตั้งในจุดใดจุดหนึ่ง แต่ต้องผ่านการคำนวณทางวิศวกรรมและการวางแผนอย่างเป็นระบบ โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญที่วิศวกรโครงการและผู้จัดการโรงงานต้องพิจารณาดังต่อไปนี้

1. การคำนวณปริมาณรังสีและอัตราการไหลอย่างแม่นยำ
หัวใจสำคัญของการเลือกเครื่องฆ่าเชื้อยูวีคือค่าความเข้มข้นของรังสีที่ส่องผ่านน้ำ หรือ UV Dose ซึ่งเกิดจากความเข้มของแสงยูวีคูณด้วยระยะเวลาที่น้ำไหลผ่านกระบวนการ โดยทั่วไปมาตรฐานการทำลายเชื้อจุลินทรีย์ในอุตสาหกรรมยาและอาหารจะกำหนดค่า UV Dose ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิดของจุลินทรีย์ คุณภาพน้ำ และมาตรฐานของแต่ละอุตสาหกรรม โดยทั่วไปการออกแบบระบบสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและยามักกำหนดค่าไม่น้อยกว่า 30–40 mJ/cm² (30,000–40,000 µW·s/cm²) หรือมากกว่านั้นตามข้อกำหนดของผู้ใช้งาน การเลือกสเปคเครื่องจึงต้องคำนวณให้สัมพันธ์กับอัตราการไหลสูงสุดของน้ำในโรงงาน สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องยูวีขนาดกลางที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความรีวิวเปรียบเทียบสเปคและอัตราการไหลของ Viqua UV รุ่นยอดนิยม: Viqua VH410 vs Viqua VP950 ซึ่งจะช่วยให้เห็นความแตกต่างของขีดความสามารถในการรองรับปริมาณน้ำในระบบได้อย่างชัดเจน

2. การออกแบบโครงสร้างตามหลักสุขอนามัย
เพื่อความสอดคล้องกับข้อกำหนด GMP ตัวเรือนเครื่องกรองหรือกระบอกฉายรังสีของระบบยูวีต้องทำจากวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดสนิมและทนทานต่อการกัดกร่อน เช่น สแตนเลสสตีลเกรด 316L มีการเชื่อมท่อแบบไร้รอยต่อเพื่อป้องกันไม่ให้มีจุดอับน้ำอันเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย นอกจากนี้ สภาพน้ำดิบที่ไหลเข้าสู่ระบบยูวีต้องผ่านกระบวนการกรองขั้นต้นเพื่อลดความขุ่นและสารแขวนลอย เนื่องจากอนุภาคความขุ่นในน้ำจะทำหน้าที่เป็นฉากบังแสง ทำให้อิทธิพลของรังสีส่องไปไม่ถึงตัวเชื้อโรค ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำลายเชื้อโรคลดลง

3. การควบคุมสารอินทรีย์และการเกิดไบโอฟิล์มในระบบท่อ
นอกจากการฆ่าเชื้อในกระบวนการผลิตทั่วไปแล้ว โรงงานขนาดใหญ่มักเผชิญปัญหาการเกิดเมือกแบคทีเรียเกาะแน่นในระบบท่อส่งน้ำ ระบบยูวีที่มีกำลังวัตต์สูงจึงถูกนำมาใช้เพื่อสลายสารอินทรีย์รวมและป้องกันการเติบโตของเมือกจุลินทรีย์เหล่านั้น หากต้องการทราบรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกการทำงานในระบบน้ำขนาดใหญ่ สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ ทำไมโรงงานอาหารขนาดใหญ่ต้องเลือกใช้ Viqua SHF-140 เจาะลึกความคุ้มค่าในการลดแบคทีเรียและไบโอฟิล์ม ซึ่งเป็นแนวทางในการปกป้องแผ่นเยื่อกรองเมมเบรนและรักษาสมดุลความสะอาดตลอด 24 ชั่วโมง

4. ระบบตรวจสอบและแจ้งเตือนสถานะการทำงาน
มาตรฐาน อย. และ GMP รวมถึงมาตรฐาน HACCP, ISO 22000 และระบบคุณภาพที่เกี่ยวข้อง ระบุชัดเจนว่าระบบสนับสนุนกระบวนการผลิตต้องสามารถตรวจสอบและวัดผลได้ เครื่องยูวีอุตสาหกรรมที่ดีจึงต้องมีเซนเซอร์ตรวจวัดความเข้มของแสงรังสีอย่างต่อเนื่อง มีหน้าจอแสดงผลอายุการใช้งานของหลอดไฟ และมีระบบสัญญาณเตือนเมื่อหลอดเสื่อมสภาพหรือระบบไฟฟ้าขัดข้อง เพื่อให้วิศวกรซ่อมบำรุงสามารถเข้าแก้ไขได้ทันท่วงทีก่อนที่น้ำที่ไม่ได้มาตรฐานจะหลุดรอดเข้าสู่ไลน์การผลิต

หากคุณกำลังมองหาระบบฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐานและผ่านการคำนวณทางวิศวกรรมอย่างแม่นยำ ไม่ต้องเสี่ยงกับปัญหาระบบไม่ได้สเปคหรือเชื้อโรคหลุดรอด

อินโนวาเทค เอเชีย (Innovatek Asia) ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบและติดตั้งระบบบำบัดน้ำอุตสาหกรรมครบวงจรที่เข้าใจข้อกำหนด GMP และ อย. พร้อมส่งมอบโซลูชั่นระบบฆ่าเชื้อ UV แบรนด์ระดับโลกที่คำนวณสเปคตามการใช้งานจริงเพื่อความคุ้มค่าสูงสุดของโรงงานคุณ

ติดต่อวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอรับคำปรึกษาและออกแบบระบบร่วมกัน


ยกระดับมาตรฐานระบบฆ่าเชื้อในโรงงานของคุณวันนี้